Lightroom CC

Lightroom CC

24/06/2020 Uncategorized การใช้ AI 0
โฉมใหม่ในงาน Adobe MAX รวมถึงการรีแบรนด์ Lightroom CC เดิมในชื่อว่า Lightroom Classic CC เพื่อเน้นการใช้งานแบบดั้งเดิมบนเดสก์ท็อป

Lightroom CC  โฉมใหม่ในงาน Adobe MAX รวมถึงการรีแบรนด์ Lightroom CC เดิมในชื่อว่า Lightroom Classic CC เพื่อเน้นการใช้งานแบบดั้งเดิมบนเดสก์ท็อป

โฉมใหม่ในงาน Adobe MAX รวมถึงการรีแบรนด์ Lightroom CC เดิมในชื่อว่า Lightroom Classic CC เพื่อเน้นการใช้งานแบบดั้งเดิมบนเดสก์ท็อป

 Adobe ได้เปิดตัว 

เป็นโปรแกรมแต่งภาพที่ Adobe ได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ โดยเน้นไปที่ระบบการจัดเรียงและค้นหาที่ง่ายกว่าเดิม การแต่งภาพที่เป็นมิตรมากยิ่งขึ้น การใช้งานข้ามอุปกรณ์ และการซิงค์ภาพขึ้นสู่คลาวด์ โดยฟีเจอร์หลักของ อย่างเช่น

  • เทคโนโลยีปรับแต่งภาพถ่ายที่มีประสิทธิภาพ สร้างขึ้นบนฐานเดิมของ Photoshop และ โดย โฉมใหม่นี้จะมีดีไซน์ที่ออกแบบใหม่ ใช้งานง่าย มีพรีเซ็ตและเครื่องมือปรับแต่งอย่างง่าย
  • ซิงค์ข้อมูลภาพกับทุกที่ สามารถแก้ไขภาพที่ความละเอียดฉบับเต็มได้ทั้งบนอุปกรณ์พกพา, เดสก์ท็อป หรือเว็บ โดยการเปลี่ยนแปลงจะซิงค์ข้ามอุปกรณ์ รวมถึงมีการแบคอัพไฟล์ภาพได้ถึงไฟล์ RAW เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายและอุปกรณ์พื้นที่เก็บ
  • ใช้เทคโนโลยี machine learning ของ Adobe ที่ชื่อว่า Sensei ช่วยจัดการใส่คีย์เวิร์ดค้นหาสำคัญ ๆ ให้กับภาพโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การจัดการเก็บภาพมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • เครื่องมือแชร์ในตัว สำหรับการแชร์ภาพลงโซเชียลมีเดีย รวมถึงสามารถสร้างเว็บสำหรับแสดงโชว์ภาพที่แชร์ผ่านลิงก์ หรือแชร์ผ่าน Adobe Portfolio ก็ได้เช่นกัน

ถัดไปคือการอัพเดต Lightroom บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้แก่

iOS: เพิ่มฟีเจอร์ค้นหาโดย Adobe Sensei, รองรับคีย์เวิร์ด, รองรับอัลบั้มแบบลำดับชั้น, ปรับปรุงเลย์เอาท์บน iPad และรองรับแอพ Files บน iOS 11

Android: รองรับแท็บเล็ตและ local adjustment brush, ส่วนฟังก์ชันค้นหา, รองรับคีย์เวิร์ด และรองรับอัลบั้มแบบลำดับชั้นก็มาเหมือน iOS

Web: สร้างและจัดการ public gallery page, ปรับปรุงการรวมกับ Adobe Portfolio สามารถนำเข้าคอลเลคชั่นและแสดงภาพที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ Portfolio ได้เพียงไม่กี่คลิก

TV: Lightroom for Apple TV ได้อัพเดตเพื่อรองรับ dark mode ของ tvOS, รองรับการเล่นวิดีโอในอัลบั้ม และสามารถ scroll ผ่านคอลเลคชั่นของภาพได้เร็วกว่าเดิม

ส่วน Adobe เวอร์ชันเดสก์ท็อปเดิมที่ใช้ชื่อว่า จะถูกรีแบรนด์เป็น และจะอัพเดตใหม่พร้อมกับการปรับปรุงด้านความเร็ว และเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Local Adjustment สามารถใช้

adjustment brush, radial หรือ graduated filter ในการกำหนด mask แบบหยาบ ๆ และเกลาต่อด้วย Range Masking เพื่อเสริมความต้องการใช้งาน masking จากฟีเจอร์ auto mask ปัจจุบัน

สรุปแล้ว Adobe จะมี ทั้งหมด 2 โปรแกรม คือ และ Classic ซึ่งนั้นจะเน้นไปที่ฝั่งคลาวด์และการซิงค์ทำงานร่วมกับระหว่างอุปกรณ์ ส่วน Classic จะเน้นไปที่การทำงานแบบดั้งเดิมบนเดสก์ท็อป

ในด้านแพลนสำหรับช่างภาพของ Adobe หรือ Creative Cloud Photography plan นี้จะถูกปรับเปลี่ยนเป็น 3 แพลน ได้แก่

  • มี for mobile and web, Adobe Spark พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม, Adobe Portfolio และพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 1TB คิดราคา 356 บาทต่อเดือนหรือ 4,272 บาทต่อปี
  • Creative Cloud Photography: มีfor mobile and web, Classic, Photoshop , Adobe Spark พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม, Adobe Portfolio และพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ 20GB คิดราคา 356 บาทต่อเดือนหรือ 4,272 บาทต่อปี
  • Creative Cloud Photography with 1TB: มีทุกอย่างของ Creative Cloud Photography ปกติพร้อมเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ให้ 1TB คิดราคา 712 บาทต่อเดือนหรือ 8,544 บาทต่อปี

นอกจากแพลนทั้งสามแล้ว Adobe ก็จะมีแพลนสำหรับ Mobile โดยเฉพาะด้วย ซึ่งมีพื้นที่บนคลาวด์ให้ 100GB ค่าใช้จ่าย 4.99 ดอลลาร์ต่อเดือน (ยังหาราคาไทยไม่ได้ ณ เวลาที่เขียน คาดว่าน่าจะคิดครึ่งหนึ่งของราคา

ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูราคาเต็มได้ที่เว็บไซต์ Adobe

สุดท้ายนี้ Adobe กล่าวว่า Lightroom 6 จะเป็น Lightroom เวอร์ชัน standalone สุดท้ายที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องเป็นสมาชิก Creative Cloud และจะไม่มี Lightroom

7 โดย Lightroom 6 จะยังคงวางขายอยู่อีกเป็นระยะเวลาหนึ่ง แต่จะไม่มีการอัพเดตรองรับกล้องใหม่หรือแก้บั๊กแล้วหลังจากสิ้นปีนี้ และสำหรับผู้ใช้ Nikon D850 ทาง Adobe จะอัพเดต Lightroom 6.13 รองรับตัวกล้องภายใน 26 ตุลาคมนี้